[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
วิธีป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ กระดานข่าว โรงเรียนอนุบาลรัตนบัณฑิต
มันมากับอาหาร : บอแรกซ์กับลูกชิ้นปลา(22 พ.ย. 2562, 05:01) “โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดในผู้ใหญ่” เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ “หัวใจ” (ตอน 2)(22 พ.ย. 2562, 05:01) ตะลุยฟุตบอลโลก : บอลโลก ถึง ซีเกมส์(22 พ.ย. 2562, 05:01) เรียงหน้าชน : ฟุตบอลประเพณี(22 พ.ย. 2562, 05:01) คลุกวงในไทยลีก : ช้างศึก ยังอยู่ในเส้นทางไปบอลโลก หลังบุกไปเสมอเวียดนาม(22 พ.ย. 2562, 05:01) โสมชบาจ๊ะจ๋า : ปิยวรรณ ลีละสมภพ ปลื้มหนังโฆษณา กวาดรางวัลเพียบ(22 พ.ย. 2562, 05:01) ไฮโซรสแซบ : “บิ๊กมาเอง” : “ร้องขอชีวิต”(22 พ.ย. 2562, 05:01) บุคคลในข่าว : พิพัฒน์ เอกภาพันธ์ จัดงาน ZERO WASTE EXPO จังหวัดพิษณุโลก(22 พ.ย. 2562, 05:01) "อาเซียน" ยกระดับ กม.สอดคล้องกัน(22 พ.ย. 2562, 05:01) มองทั่วทิศเมืองไทย : จานใบจากผลิตภัณฑ์รักษ์โลก(22 พ.ย. 2562, 05:01) เลขที่ 1 วิภาวดีฯ : ตำรวจจิตอาสา(22 พ.ย. 2562, 05:01) แจ้งจับ “ปารีณา”(22 พ.ย. 2562, 05:01) ลาวแผ่นดินไหว 6.4 ตึกสูงกทม.สะท้าน(22 พ.ย. 2562, 05:01) โธ่...ลูกพ่อ(22 พ.ย. 2562, 05:01) กลับมาแล้ว(22 พ.ย. 2562, 05:01) ไฟไหม้บ้านพักรถเมล์ ติดล็อกโซ่ย่างสด 3 ศพ(22 พ.ย. 2562, 05:01) โป๊ปชื่นชมไทย ช่วยเหลือคนอพยพ แก้ปัญหาเด็ก-สตรี นับหมื่นร่วม "มิสซา"(22 พ.ย. 2562, 05:01) ห้องร้องทุกข์ : ถนนลาดกระบัง การจราจรติดหนึบหลังมีห้างแห่งหนึ่งผุดขึ้นมา(22 พ.ย. 2562, 05:01) ส่องตำรวจ : อย่าให้คนเอาเปรียบเด็กลอยนวล(22 พ.ย. 2562, 05:01) คาบลูกคาบดอก : โรงไฟฟ้าชุมชนกับคุณภาพชีวิตชุมชน(22 พ.ย. 2562, 05:01)
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai
ทำเนียบบุคลากร
นางบุศราคำ เคหฐาน
ผู้รับใบอนุญาต

นายพุฒ เคหฐาน
ผู้บริหารทรงคุณวุฒิ

นางนริศรา นิลเเสงศรี
ผู้อำนวยการโรงเรียน

เมนูหลัก
ศูนย์การเรียน
 
  ศูนย์กลางความรู้แห่งชาติ
  ศูนย์รวมสื่อกระทรวงฯ
 โทรทัศน์ครู
  นวัตกรรมการศึกษา
  partners in learning
  สำนักหอสมุดแห่งชาติ
   ห้องสมุดธรรมะออนไลน์
  แหล่งเรียนรู้ข่าวสาร
   คลังความรู้สารานุกรมไทย
  สสวท.
   ภาษาไทย ภาษาทอง
   ค้นคำไทยในพจนานุกรม
   ราชบัณฑิตยสถาน
   วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
   หนังสือเรียน/เสริมความรู้

link banner







ท่องเที่ยว จ.หนองคาย
โรงเรียนใกล้เคียง
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 7 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน






  

   เว็บบอร์ด >> ห้องนั่งเล่น >>
วิธีป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่  VIEW : 20    
โดย 1122

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 5
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 1
Exp : 100%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 49.228.157.xxx

 
เมื่อ : พฤหัสบดี ที่ 7 เดือน พฤศจิกายน พ.ศ.2562 เวลา 18:01:03    ปักหมุดและแบ่งปัน

  1. ในช่วงที่มีการระบาดของโรค หรือมีคนใกล้ชิด เช่น คนในบ้าน โรงเรียน หรือที่ทำงานป่วยเป็นโรคนี้ ควรปฏิบัติดังนี้
    • อย่าเข้าใกล้หรือนอนรวมกับผู้ป่วย ถ้าจำเป็นต้องดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด ควรสวมหน้ากากอนามัยด้วยทุกครั้ง
    • หมั่นล้างมือด้วยน้ำกับสบู่บ่อย ๆ ล้างมือทุกครั้งก่อนการรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ
    • หลีกเลี่ยงการสัมผัสมือกับผู้ป่วย และไม่ใช้สิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัวร่วมกันผู้อื่น เช่น แก้วน้ำ จาน ชาม ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว หนังสือ โทรศัพท์ ของเล่น เครื่องใช้ต่าง ๆ ฯลฯ
    • ในช่วงที่มีการระบาดของโรค ควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปในที่ที่มีผู้คนแออัด เช่น ห้างสรรพสินค้า สถานบันเทิง งานมหรสพ รวมถึงการใช้โทรศัพท์สาธารณะหรือลูกบิดประตู เป็นต้น แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรสวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือด้วยน้ำกับสบู่หรือชโลมมือด้วยแอลกอฮอล์เพื่อกำจัดเชื้อโรคที่อาจติดมาจากการสัมผัสถูกเสมหะของผู้ป่วย และอย่าใช้นิ้วมือขยี้ตาหรือแคะไชจมูกหากยังไม่ได้ล้างมือให้สะอาด
    • ผู้ป่วยควรแยกตัวออกห่างจากผู้อื่น อย่านอนปะปนหรือคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้อื่น เวลาไอหรือจามควรใช้ผ้าปิดปากและจมูกเสมอ เวลาเข้าไปในที่ที่มีคนอยู่กันมาก ๆ ควรสวมหน้ากากอนามัยด้วยทุกครั้ง

  1. เมื่อเข้าสู่ช่วงที่มีการระบาดของโรค ควรเตรียมความพร้อมสำหรับรับมือการระบาดแต่เนิ่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นยาแก้ปวดลดไข้ (พาราเซตามอล) ยาแก้แพ้ ยาลดน้ำมูก หรือยาที่ต้องใช้เป็นประจำ ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการไปโรงพยาบาลในช่วงที่มีการระบาด รวมไปถึงกระดาษชำระ สบู่ ปรอทวัดไข้ หน้ากากอนามัย อาหารสำหรับยามจำเป็นเช่น น้ำซุปต่าง ๆ ก็ควรตระเตรียมไว้ด้วย
    • ไม่แนะนำให้ใช้ยาที่มีส่วนผสมของยาหลายชนิด หากมีไข้ก็ให้ใช้ยาลดไข้ มีน้ำมูกก็ให้ใช้ยาลดน้ำมูก ไม่แนะนำให้ใช้ยาปฏิชีวนะในกรณีที่เกิดจากเชื้อไวรัส เพราะจะทำให้โรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียมีโอกาสดื้อยามากขึ้น
  2. วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ (Influenza vaccine) ที่มีใช้อยู่ในอดีตสามารถใช้ป้องกันไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดเอ (H1N1 สายพันธุ์เก่า และ H3N2) และชนิดบีได้ แต่ในปัจจุบันได้มีการผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ขึ้นใช้แล้ว โดยมักใช้ฉีดในช่วงที่มีการระบาดของเชื้อเหล่านี้ โดยทั่วไปแล้วถ้าไม่มีการระบาดโรค แพทย์จะไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีนแก่ประชาชนทั่วไป ยกเว้นในผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงดังที่กล่าวมาแล้ว, ผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 65 ปี), ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 19 ปีที่ต้องกินยาแอสไพรินเป็นประจำ, สตรีตั้งครรภ์ที่คาดว่าอายุครรภ์ย่างเข้าไตรมาสที่ 2 ขึ้นไปในช่วงที่มีการระบาดของโรค, ผู้ที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์, ผู้ที่ต้องเดินไปในถิ่นที่มีการระบาดของโรค, ผู้ที่มีกิจกรรมจำเป็นที่ไม่อาจจะหยุดงานได้ (เช่น นักแสดง นักกีฬา นักเดินทาง ตำรวจ เจ้าหน้าที่บริการสังคม นักเรียนหรือนักศึกษาที่อยู่รวมกัน รวมถึงผู้ที่อาศัยอยู่ในสถานพักฟื้น สถานสงเคราะห์คนชรา), ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ (เช่น ผู้ป่วยเอดส์ ผู้ป่วยที่ได้รับยาสเตียรอยด์ ผู้ป่วยรังสีรักษาหรือเคมีบำบัด), ผู้ป่วยที่เป็นโรคเรื้อรัง (เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ โรคปอด โรคหอบหืด โรคตับ โรคไต โรคเลือด) เป็นต้น ซึ่งบุคคลเหล่านี้เป็นกลุ่มที่ควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่
    • การฉีดวัคซีนแต่ละครั้งนั้น จะสามารถป้องกันโรคได้นาน 1 ปี ถ้าจำเป็นควรฉีดปีละครั้งในช่วงก่อนเข้าฤดูฝน โดยภูมิคุ้มกันจะเกิดขึ้นภายใน 2 สัปดาห์หลังจากได้รับวัคซีน
    • เนื่องจากไวรัสไข้หวัดใหญ่จะมีการเปลี่ยนแปลงตัวเองตลอดเวลา ดังนั้น วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่อาจมีการเปลี่ยนไปทุกปีตามเชื้อที่เปลี่ยนไป ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงจึงควรฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ทุกปี เพื่อให้ได้ผลดีในการป้องกันโรคมากที่สุด
    • ผลข้างเคียงของการฉีดวัคซีนที่พบได้คือ อาการเจ็บบริเวณที่ฉีดซึ่งไม่มากและจะหายไปใน 2 วัน ส่วนอาการทั่ว ๆ ไปจะมีไข้ ปวดตามตัวหลังจากฉีดยาประมาณ 6-12 ชั่วโมง และอาจเป็นอยู่นาน 1-2 วัน ในบางรายอาจมีผื่นลมพิษริมฝีปากบวมได้
  3. แม้ว่าวิธีป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่ได้ผลดีที่สุดคือการฉีดวัคซีน แต่ก็มีบางกรณีที่อาจต้องใช้ยาต้านไวรัสแทนการฉีดวัคซีน เช่น ผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย, ผู้ที่ดูแลผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงและไม่ได้รับการฉีดวัคซีน, ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่ได้รับวัคซีนไม่ทัน (ทำให้ต้องได้รับยาในช่วงที่มีการระบาดของโรค), ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันไม่ดี (เช่น ผู้ป่วยเอดส์), ผู้ที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนและไม่อยากเป็นโรค เป็นต้น บุคคลเหล่านี้ควรไปพบแพทย์ ถ้าพบหรือสงสัยว่าอาจเกิดจากเชื้อไวรัสชนิดเอสายพันธุ์เก่า แพทย์จะให้ยาต้านไวรัสแก่ผู้สัมผัสเพื่อกินป้องกัน โดยให้รับประทานยาอะแมนทาดีน (Amantadine) 100 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง (ในผู้สูงอายุให้ใช้ครั้งละ 50 มิลลิกรัม) หรือให้ยาไรแมนทาดีน (Rimantadine) 100 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง (ควรเริ่มให้ในทันทีที่สัมผัสและให้รับประทานนาน 10 วัน) หรือให้รับประทานยาโอเซลทามิเวียร์ (Oseltamivir) 75 มิลลิกรัม วันละครั้ง เป็นเวลา 7 วัน ถ้าสงสัยว่าอาจเกิดจากเชื้อไวรัสชนิดเอสายพันธุ์ใหม่ 2009
  4. หมั่นดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยการออกกำลังกายเป็นประจำ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ตรากตรำทำงานหนักจนเกินไป ระวังรักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ โดยเฉพาะในเวลาที่มีอากาศเปลี่ยนแปลง และไม่ควรอาบน้ำหรือสระผมด้วยน้ำที่เย็นเกินไป โดยเฉพาะในเวลาที่มีอากาศเย็น

การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่


เว็บแทงบอลออนไลน์อันดับหนึ่งของไทย

เว็บ แทงบอลออนไลน์ ฝาก ถอน โอนไว ผ่านหน้าเว็บ มั่นคงปลอดภัย 100%